น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว
คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
มีวิตามินและสารอาหารธรรมชาติที่สำคัญต่อร่างกายหลายชนิด โดยเฉพาะแกมม่าออรีซานอล ซึ่งมีผลช่วยในการบำบัดโรคเสื่อมทุกชนิด (โรคเสื่อมคือโรคที่ไม่มีเชื้อโรคแต่เกิดจากอนุมูลอิสระ)
คุณประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวต่อระบบต่างๆของร่างกาย
ระบบประสาท : ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ และช่วยให้ความจำดีขึ้นและยังช่วยเพิ่มการทำงานของระบบสื่อกระแสประสาททำให้ ผู้ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ หรืออัมพาตแขนขาอ่อนแรงกลับมีการฟื้นตัวขยับแขนขาได้มากขึ้น หรือในบางคนที่มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองมากพอก็สามารถกลับมาเดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนปกติอีกครั้งหนึ่ง
ระบบกระดูกและข้อ : ช่วยลดอาการอักเสบของข้อ และช่วยเพิ่มการหล่อลื่นภายในข้อให้ดีขึ้นจึงทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่างๆ ดีขึ้นอีกทั้งยังสามารถช่วยลดการสูญเสียแคลเซี่ยมออกไปจากร่างกายจึงลดความ เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย
ระบบภูมิคุ้มกัน และการต่อต้านอนุมูลอิสระ : ทำให้ร่างกายเสื่อมสภ่าพช้าลง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเสื่อมต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น นอกจากนี้ผลของการช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงช่วยลดการแพร่กระจายของ เซลล์มะเร็งในคนไข้ที่เป็นมะเร็ง และช่วยให้ร่างกายมีการฟื้นตัวหลังการรักษาได้เร็วขึ้น
ระบบผิวพรรณ : ทำ ให้ผิวพรรณมีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น กระชับ และยืดหยุ่นตัวดี อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณการสร้างเม็ดสีผิวอีกด้วยทำให้พบว่าเมื่อรับประทาน น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ชนิดแคปซูล สม่ำเสมอผิวจะดูกระจ่างใส ลดริ้วรอยหมองคล้ำจุดด่างดำบนใบหน้าก็ลดลงชัดเจน นอกจากนี้ยังมีผลต่อความแข็งแรงของผิว ลดการอักเสบของผิวได้จึงพบว่าคนที่มีปัญหาเรื่องสิว หรือผิวหนังอักเสบมีปัญหาเรื้อรัง เมื่อได้รับประทานน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ” ชนิดแคปซูล ” ต่อเนื่องก็มีโอกาสที่จะทำให้อาการต่างๆ เหล่านี้ดีขึ้นได้
ระบบหลอดเลือดและการไหลเวียนเลือด : ช่วยลดปริมาณของคลอเลสเตอรอลและลดปริมาณของ แอลดีแอล (LDL) ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดีและช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นตัวดีขึ้น จึงส่งผลให้ความดันโลหิตลดลงได้กรรับประทาน “น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ชนิดแคปซูล” สม่ำเสมอจะสามารถลดอัตรากรเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้
ระบบฮอร์โมน และการนอนหลับ : ช่วย ให้สามารถนอนหลับได้สบายและหลับสนิทร่างกายจะได้รับการพักผ่อนเต็มที่ทำให้ มีการหลั่งของโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ทำให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้นรวมทั้งยังช่วยให้มีการฟื้นตัว ดีขึ้น เห็นได้จากตัวอย่างของผู้ป่วยบางคนที่ได้รับประทาน ” น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวชนิดแคปซูล ” จะฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็ว ผลจากการช่วยปรับสภาพสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย จึงทำให้ช่วยลดอาการแปรปรวนต่างๆ ในคนวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน ก็ยังสามารถช่วยลดอาการปวดท้องลงได้อย่างชัดเจน
ข้อมูลภาคทฤษฎี
กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acid)
โดย ทั่วไป แนะนำให้บริโภคกรดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% ของพลังงานทั้งหมด น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมีสัดส่วนของกรดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% จึงเหมาะสมต่อการบริโภคเพื่อการดูแลสุขภาพ
กรดโอเลอิก (Oleic Acid) :
เป็น กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) จัดอยู่ในกลุ่มกรดไขมันโอเมก้า-9 (Omega-9) ที่มีฤทธิ์ลดระบบไขมันในเลือดได้จึงสามารถลดระดับคอลเลสเตอรอลในเลือดได้ดีกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) : เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) อีกชนิดหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มไขมันโอเมก้า-6 (Omega-6) ถือเป็นกรดไขมันที่จำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับจากอาหาร ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดได้เช่นกันรวมทั้งบรรเทาอาการที่เกิดจากการขาดภาวะเอสโตรเจนในหญิงวัยทองและวัยกลางคนขึ้นไป และช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
กรดไลโนเลนิก (Linolenic Acid) : เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) อีกชนิดหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทางการแพทย์ว่าสามารถรักษาอาการของโรคไขมันอุดตันใน เส้นเลือด และโรคหลอดเลือดแดงแข็งและตีบได้ เนื่องจากที่ผ่านมามีการค้นคว้าพบว่า ชาวเอสกิโมซึ่งมีอุปนิสัยในการบริโภคไขมันจากปลา และสัตว์ทะเลเป็นประจำนั้นไม่พบว่าเป็นโรคดังกล่าว ทั้งที่ไขมันที่บริโภคนั้นมีผลให้ปริมาณคลอเลสเตอรอลในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น เนื่องจากไขมันเหล่านั้นมี EPA และ DHA เป็นองค์ประกอบอยู่ในปริมาณมาก โดยเฉพาะ EPA นั้นพบว่าช่วยลดการจับเกาะกันของเกล็ดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัว อีกทั้งยังมีผลลดการสร้างไลโปโปรตีน ที่ขนย้ายคลอเลสเตอรอลจากเนื้อเยื่อกลับเข้าสู่ตัวเพิ่มมากขึ้น จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดและโรคหลอดเลือด แดงแข็งและตีบได้ นอกจากนี้แล้วยังพบว่า DHA นั้นเป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาระบบสมอง ระบบการมองเห็น และระบบการสืบพันธุ์ของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาแกมมา ออริซานอล (Gamma Oryzanol) :
พบได้เฉพาะในน้ำมันที่สกัดจากรำข้าวและจมูกข้าวเท่านั้น มีผลการวิจัยมากมายกว่า 40 ปี ที่ยืนยันประสิทธิภาพของแกมมา ออริซานอล ว่าสามารถช่วยในการดูแลสุขภาพของเราได้อย่างมาก เช่น ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น ช่วยปรับระบบฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลโดยเฉพาะในช่วงวัยทองจึงทำให้อาการแปร ปรวนต่างๆ ของคนวัยทองมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุ่นช่วยป้องกันผิวหนังมิให้ถูกทำลายด้วย แสงแดด ผิวหนังสามารถคงความชุ่มชื้นได้ดีช่วยลดอาการอักเศบและช่วยลดการสร้างเม็ดสี ผิวทำให้ผิวขาวสดใสขึ้นวิตามินอี (Vitamin E) :
วิตามินอี ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวจัดเป็นกลุ่มวิตามินอี ที่เรียกว่า โทคอลกรุ๊ป (Tocal Group) ที่อยู่ในรูปของโทโคฟีนอล (Tocophenol) และโทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) ที่มีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ต่างๆ ในร่างกาย ป้องกันการแก่ก่อนวัย และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งส่วนประกอบอื่นๆ (Others) :
นอกจากนี้ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่สำคัญ และส่งผลต่อการดูแลสุขภาพของร่างกายได้ดังต่อไปนี้
- ไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) : เป็นสารสำคัญที่มีรายงานการวิจัยจากหลายสถาบันว่าช่วยยับยั้งการเติบโตของ เนื้องอก และเซลล์มะเร็งช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมทั้งช่วยลดคอลเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-Low Density Lipoprotein Cholesterol ) และช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดและหัวใจ ลดอาการอักเสบ ลดอาการบวม และช่วยสลายลิ่มเลือด ในผู้ที่ป่วยเป็นไขข้ออักเสบ เก๊าท์ จะช่วยได้มาก
-
เซราไมด์ (Ceramide) : เป็น ไขมันที่มีความจำเป็นของผนังเซลล์ช่วยให้เซลล์สามารถเก็บกักน้ำ และความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนาน และช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิว การได้รับเซราไมด์เพิ่มจากการรับประทานจึงช่วยให้ผิวมีความนุ่มนวล และยืดหนุ่นได้ดี
-
ฟอสฟอไลปิด (Phospholipid) : เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์โดยเฉพาะเซลล์เยื่อหุ้มสมอง และเยื่อหุ้มประสาทฟอสฟอไลปิดทำให้การสื่อกระแสประสาทสามารถทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และรวดเร็วทำให้ระบบความทรงจำดีขึ้นและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความจำ เสื่อมรวมทั้งยังช่วยลดความเครียดได้ด้วย
-
กลุ่มวิตามิน บี-คอมเพล็กซ์ (B1,B2,B3,B5,B6), วิตามินเอ, เบต้าแคโรทีน, แคลเซียม, เหล็ก, เซเลเนียม : บำรุง สายตา บำรุงเส้นประสาท รักษาปากเปื่อย ปากนกกระจอก ร้อนใน บำรุงสายตาและสมอง ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น บำรุงกระดูก บำรุงเลือด สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อ HIV สารตัวนี้จะช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้เป็นอย่างดี
-
เมลาโทนิน : จากการวิจัยในทางการแพทย์พบว่าเมลาโทนินมีความสำคัญต่อสุขภาพของคนเราดังนี้ ควบคุมการนอนหลับ ช่วย ให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ไม่เครียด ไม่วิตกกังวล ป้องกันและรักษาโรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน แก้ไขอาการหลงลืม หงุดหงิด เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น จึงช่วยผู้ป่วย HIV ได้มาก เสริมการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในคนสูงอายุ ป้องกันและเสริมการรักษาโรคมะเร็ง แก้ไขอาการเจ็ทแล็ก (JIT- LEG) แก้ไข อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เพราะร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และไม่รู้สึกเครียด ไม่รู้สึกวิตกกังวล สมรรถภาพทางเพศจึงดีขึ้น นอกจากนี้ยังยับยั้งการเพิ่มของการไหลเวียนเลือดที่ผิวสมอง และลดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดจุลภาค นอกจากนี้สารเมลาโตนินยังสามารถยับยั้งการแสดงออกของโปรตีนฟอส และเอนไซม์ไนตริกออกไซด์ซินเทสในกลุ่มเซลล์ไทรเจมมินาล นิวเคลียสคอดาลิส ผลการศึกษานี้บ่งว่าสารเมลาโทนินสามารถยับยั้งผลของปรากฏการณ์คอร์ติคอลสเปร ดดิงดิเพรสชันในการกระตุ้นระบบความปวดไทรเจมมินาล และอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันหรือบรรเทาอาการปวดในภาวะปวดศีรษะไมเกรน
เนื่องจากน้ำมัน รำข้าวมีสารเมลาโทนินซึ่งถ้ามีการรับประทานมากเกินไปจะก่อผลเสียต่อร่างกาย คือ อ่อนเพลีย ความคิดเลอะเลือนในตอนเช้า หลับมากเกินปกติ ฝันร้ายตื่นกลางดึก ปวดศีรษะ ในระยะยาวความรู้สึกทางเพศลดลงและซึมเศร้า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสารดัง กล่าวไม่เป็นปัญหาในน้ำมันรำข้าวเพราะมีปริมาณที่ไม่สูง สารเมลาโทนินเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังที่ได้อธิบายไปในข้างต้นแล้ว ส่วนปริมาณที่จะทำให้เกิดโทษดังกล่าวเมื่อเทียบปริมาณแล้วคือการรับประทาน น้ำมันรำข้าวจำนวน 100 กระปุกต่อวันจึงจะทำให้เกิดโทษดังกล่้าว ดังนั้นสารเมลาโทนินในน้ำมันรำข้าวจึงไำม่ก่อผลเสียแต่อย่างใด ท่านสามารถรับประทานน้ำมันรำข้าวได้อย่างปลอดภัย ต่างจากการรับประทานยาที่เป็นเมลาโทนินอัดแน่นที่มักจะง่ายต่อการได้รับเกิน ขนาดและก่อผลเสียดังที่ได้กล่าวไป
- ป้องกันและช่วยให้ร่างกายแข็งแรง บำรุงผิวพรรณ รับประทาน 2-4 แคปซูล/วัน
- ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย รับประทาน 4-6 แคปซูล/วัน
- เจ็บป่วย เนื้องอก มะเร็ง (Tumor, Cancer): 6-9 แคปซูล/วัน
น้ำมัน รำข้าวและจมูกข้าว ได้จากการนำรำข้าวมาสกัด ให้ได้น้ำมันรำดิบก่อนที่จะผ่านขบวนการในขั้นตอนต่อไป เพื่อให้ได้สารอาการที่สำคัญ และมีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย

1. การตรวจสอบคุณภาพ
ส่วน ประกอบที่สำคัญในน้ำมันรำข้าว คือ แกมมา ออริซานอล (Gamma Oryzanal) ซึ่งจะต้องมีส่วนประกอบของสารสำคัญ 5 ชนิดด้วยกัน ดังแสดงอยู่ในภาพที่ 2 : ผลการวิเคราะห์น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ไวทอลสตาร์ ด้วย HPLC (วิเคราะห์โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพจน์ วงษ์ใหญ่)

2. การตรวจสอบความปลอดภัย
เนื่อง จากกระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวจำเป็นต้องใช้เฮ็กเซน (Hexane) เป็นตัวทำละลายในการสกัดให้ได้สารที่มีประโยชน์ออกมาเมื่อถึงขั้นตอนสุดท้าย ต้องทำการกำจัดเฮ็กเซนออกจากผลิตภัณฑ์ตามสมาตรฐานสากลอนุญาตให้มีเฮ็กเซนตก ค้างอยู่ไม่เกิน 30 PPM (30 ส่วนในหนึ่งล้านส่วน) บริษัทเอ็มสตาร์ เน็ทเวิร์ค ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและได้ส่งตรวจผลิตภัณฑ์ พร้อมมีหนังสือรับรองยืนยันว่า ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ไวทอลสตาร์ ปราศจากเฮ็กเซนตกค้าง Hexane Not detected ) ตามเอกสารรับรองในภาพที่ 4

-
มาตรฐานการการผลิต GMP (Good Manufacturing Practice)
-
มาตรฐานระบบการผลิตอาหารปลอดภัย HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point)
-
มาตรฐานอาหารฮาลาล (HALAL) และโคเชอร์ (Kosher)
หน้าเป็นฝ้า-กระ
- รับประทานน้ำมันรำข้าววันละ 4 แคปซูลและเจาะน้ำมัน ออกมาทาหน้าก่อนนอน ฝ้า-กระที่ใบหน้าจางหายและดูขาวขึ้นมีปัญหาเรื่องฝ้า-กระ นานนับ 10 ปี หาหมอหลายที่ก็ไม่หาย เมื่อทดลองทานน้ำมันรำข้าววันละ 4 แคปซูล พร้อมเจาะน้ำมันมาทาหน้าก่อนนอน 1 เดือน ฝ้า-กระบนใบหน้าจางลง และอาการปวดเมื่อยหลังหายไป
- มีอาการปวดเข่า งอเง่าแล้วเข่าล็อก ทานน้ำมันรำข้าวไป 1 สัปดาห์ (เช้า 2 กลางวัน2 เย็น2) อาการดีขึ้น เดินได้ปกติ
- เป็นเก๊าท์ที่หัวเข่าทั้งสองข้างต้องใช้ไม้เท้าเดิน ทานน้ำมันรำข้าว วันละ 6 แคปซู, 2 สัปดาห์ เดินได้เป็นปกติ ไม่ต้องใช้ไม้เท้า
- มีไขมันในเลือดสูงทั้งCholesterol,LDL,Triglyceride เมื่อทานน้ำมันรำข้าวได้ 3 สัปดาห์ ไปตรวจอีกครั้งพบว่าทกอย่างปกติดี
- เป็นอัมพฤกษ์มา 5 ปี ขาลีบไป 1 ข้าง ทานน้ำมันรำข้าว วันละ 6 แคปซูล 2 เดือน อาการดีขึ้น สามารถทำสวนได้ปกติ
- หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทปวดหลังมาก อาจต้องรับการผ่าตัด หลังรับประทานน้ำมันรำข้าว 2 เดือน อาการดีขึ้น ไม่ต้องผ่าตัด
- เป็นมะเร็งมดลูกขั้นที่ 2 ต้องรับการฉายรังสี เมื่อรับประทาน น้ำมันรำข้าวเพียง 2 เดือน อาการดีขึ้นมาก ดูสดใส ไม่ทรมาน ผ่านไป 3 เดือนหมอตรวจไม่พบก้อนเนื้อ
- ไทรอยด์เป็นพิษ ตรวจที่คลินิกมีค่า TSH = 0.01 (ปกติต้อง 0.27-4.2) ตาโปนออกมา ใช้น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว 3 เดือน ตากลับเป็นปกติและตรวจค่า TSH = 0.6
- เป็นตับอักเสบตั้งแต่ปี 2529 อาเจียนเป็นเลือด ทานไป 4 กระปุก ไปตรวจตับพบว่าเหลือแผลนิดเดียว อาการก็ดีขึ้น