นักวิจัยมช.พบ สารสกัดน้ำมันรำข้าวชะลอแก่ สร้างผลงาน “ครีมน้ำมันรำข้าวนาโน” เพิ่มความยืนหยุ่นผิวใน 28 วันให้ผลดีกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด

ศ.ดร.อรัญญา มโนสร้อย อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันรำข้าว จะมีการทิ้งกากรำข้าว และของเหลือทั้งที่ยังมีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม ทั้งสารแกมม่าออรีซานอล กรดไฟติก และกรดเฟอรูลิก ซึ่งมีสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่จะสามารถนำมา พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางเพื่อชะลอความแก่ได้
ทั้งนี้ สารดังกล่าวมีความคงตัวต่ำและมีขนาดโมเลกุลใหญ่ดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังเพื่อ การออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพทำได้ยาก
จึงได้มีการวิจัยเรื่องการเก็บกักสารสำคัญจากของเหลือในการผลิตน้ำมันรำข้าวในถุงขนาดนาโนเพื่อใช้ทางเครื่องสำอาง โดยเป็นผลงานของนางสาวรมย์ฉัตร ชูโตประพัฒน์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ที่มีตนเองเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักและหัวหน้าโครงการวิจัย รวมถึงศ.ดร.จีรเดช มโนสร้อย และ ศ.ดร.มาซาฮิโกะ อาเบะ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โตเกียว (Tokyo University of Science: TUS) ร่วมทีมวิจัย
โครงการวิจัยนี้ได้เพิ่มมูลค่าของรำข้าว กากรำข้าวและของเหลือจากโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวในประเทศไทยด้วยการ โดยนำมาสกัดสารสำคัญแล้วนำมาเก็บกักในนีโอโซม เทคโนโลยีนาโนรูปถึงขนาดนาโนเมตร และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอความแก่ ที่นอกจากมีฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและต้านอนุมูลอิสระแล้วยังมีฤทธิ์ ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสในระดับดี เมื่อเทียบกับสารมาตรฐาน วิตามินซีและกรดโคจิก
ศ.ดร.อรัญญา กล่าวต่ออีกว่า ผลการวิจัยเมื่อนำสารสกัดมาเก็บกักในนีโอโซมโดยวิธีซูเปอร์คริติคอลคาร์บอน ไดออกไซด์ ซึ่งไม่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พบว่านีโอโซมช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารสำคัญผ่านหนังหนูได้มากกว่าสารสำคัญ ที่ไม่ได้เก็บกักในนีโอโซมประมาณ 2 เท่า เมื่อนำไปเตรียมเป็นครีมและเจล พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้ไม่ก่อการแพ้และระคายเคืองในกระต่าย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความเนียนของผิวอาสาสมัครได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 28 วัน โดยให้ผลดีกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดอีกด้วย
“หากได้นำผลงานนี้ออกสู่ธุรกิจ นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าของของเหลือจากการผลิตข้าวและน้ำมันรำข้าวแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยคาดหวังเพิ่มมูลค่ารำข้าวไทยได้กว่า 3,000 เท่า ช่วยทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบเครื่องสำอางที่มีมูลค่าสูง โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกกว่านำเข้า 4 เท่า ช่วยลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการนำเทคโนโลยีนาโนมาเพิ่มศักยภาพของผลิตภัณฑ์ ทางเกษตรของไทยในการแข่งขันกับต่างประเทศ ทั้งนี้ พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรและรอถ่ายทอดสู่เอกชนแล้วเช่นกัน” ศ.ดร.อรัญญา กล่าว
สำหรับงานวิจัยนี้ยังได้ได้รับรางวัล 1 ใน 12 งานวิจัยเด่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ในงานประชุมวิชาการ PGJ-Ph.D. Congress ครั้งที่ 11 ประจำปี 2553 นอกจากนี้ยังได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (สกว.) งบประมาณแผ่นดินจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2549-2551 ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Tokyo University of Science (TUS) บริษัท P&G ในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นและโรงงานที่ให้ตัวอย่างสำหรับการวิจัย บริษัทน้ำมันบริโภคไทย จำกัด และ บริษัทกมลกิจ จำกัด